สายพันธุ์ของปลากัดป่า

ปัจจุบันนี้แม้ว่าปลากัดป่าจะได้รับความนิยมน้อยกว่าปลากัดสายงามหรือปลากัดสายแฟนซี แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่นิยมเลี้ยงและเล่นปลากัดป่าอยู่อีกเป็นจำนวนมาก สาเหตุสำคัญก็คงเพราะปลากัดป่ามีความสวยงามและความคลาสสิกในตัวเอง ซึ่งกลุ่มคนเลี้ยงปลากัดป่าจำนวนมากก็เลี้ยงไว้เพื่อดูเล่นเช่นเดียวกับปลากัดสายแฟนซี ไม่ได้เลี้ยงไว้เพื่อนำไปกัดต่อสู้กันแต่อย่างใด

สำหรับในประเทศไทย พบปลากัดป่าหรือปลากัดลูกทุ่งได้ 5 สายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่…

ปลากัดป่าภาคกลางและภาคเหนือ

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Betta Spenders Regans, 1910 ชื่อสามัญคือ Siamese Fighting Fish ปลากัดป่าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายพันธุ์อยู่ในทุกภาคของประเทศไทยก็ว่าได้ ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภาคกลางพบได้ทั่วไป ภาคใต้พบได้ตั้งแต่กรุงเทพฯ ลงไปจนถึงชุมพรและระนอง ภาคเหนือพบได้ตั้งแต่กรุงเทพฯ ขึ้นไปถึงเชียงราย ภาคตะวันออกพบได้ตั้งแต่กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง และตราด โดยปลากัดป่าภาคกลาง-ภาคเหนือมักอาศัยอยู่ตามห้วยหนองคลองบึงที่มีน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ลักษณะเด่นของปลากัดป่าภาคกลางและภาคเหนือคือแก้มจะมีสีแดง (บางครั้งจึงเรียกว่า “ปลากัดแก้มแดง”) ลำตัวมีสีนํ้าตาลแดงหรือดำแดง หางสีแดง กระโดงจะมีทั้งสีแดงและสีดำบางๆ ส่วนชายนํ้ามีสีแดงลายขีดสลับนํ้าเงินแกมฟ้า

ปลากัดป่าภาคอีสาน

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Betta Smaragdina Ladiges, 1972 ชื่อสามัญคือ Emerald Betta, Blue Betta, Mekong Fighting Fish ปลากัดป่าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายพันธุ์อยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและประเทศลาว มักอาศัยในที่ราบตามทุ่งนา ปลักควาย หนองน้ำ หรือบึงที่มีน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ตลอดจนพบบนภูเขาที่มีระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 800 เมตร ลักษณะเด่นของปลากัดป่าภาคอีสานคือมีเกล็ดที่ใบหน้าเป็นแผ่นๆ คล้ายกับหน้าของงู จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกอีกชื่อคือ “ปลากัดหน้างู” นอกจากนี้ในแถบบริเวณบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ยังพบปลากัดป่าภาคอีกสานอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มักเรียกกันติดปากว่า “ปลากัดกีตาร์” ปลากัดชนิดนี้มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวแตกต่างจากปลากัดป่าภาคอีสานทั่วไป คือพื้นหางจะมีเส้นลายขีดสีดำตามขวาง บางครั้งปลากัดชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า “ปลากัดหางลาย”

ปลากัดป่าภาคใต้

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Betta Imbellis Ladiges, 1975 ชื่อสามัญคือ Peaceful Betta, Malay Fighting Fish ปลากัดป่าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายพันธุ์ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจนสุดขอบชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงกระจายพันธุ์ในประเทศมาเลเซีย ตลอดจนอินโดนีเซียและเวียดนามด้วย ปลากัดป่าภาคใต้มักอาศัยตามทุ่งนาหรือหนองน้ำที่มีน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ลักษณะเด่นของปลากัดป่าภาคใต้คือแก้มเป็นสีเขียว บางครั้งจึงเรียกกันว่า “ปลากัดแก้มเขียว” หางเป็นวงโค้งสีแดงคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว

ปลากัดป่ามหาชัย

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Betta Mahachaiensis Kowasupat et al., 2012 ชื่อสามัญคือ Mahachai Betta ปลากัดป่าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายพันธุ์อยู่ในพื้นที่แคบๆ ในเขตจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ และในเขตบางขุนเทียนของกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันมักพบได้เฉพาะในจังหวัดสมุทรสาครและเขตติดต่อเท่านั้น ปลากัดป่ามหาชัยมักอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดที่มีน้ำเค็มเข้ามาเจือปนเล็กน้อย โดยมักอาศัยอยู่ตามป่าจาก ช่วงน้ำลดก็จะอาศัยอยู่ตามบริเวณที่มีน้ำขังในป่าจาก ลักษณะเด่นของปลากัดป่ามหาชัยคือแก้มมีขีดสีเขียวหรือฟ้าสองขีด บางตัวอาจมีขีดแก้มเคลือบเขียวไปถึงคาง มีเกล็ดแวววาวสีเขียวเข้มหรือเขียวอ่อนเรียงตัวเหมือนเมล็ดข้าวโพด ทรงหางส่วนใหญ่เป็นรูปใบโพ

ปลากัดป่าภาคตะวันออก

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Betta Siamorientails Kowasupat et al., 2012 ชื่อสามัญคือ Kabinburi Betta, Black Imbellis ปลากัดป่าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายพันธุ์ในภาคตะวันออกของไทย ไม่ว่าจะเป็น ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี และบางส่วนของชลบุรี นอกจากนี้ยังพบกระจายพันธุ์ในพื้นที่บางส่วนของประเทศกัมพูชา และตอนใต้ของประเทศเวียดนามด้วย ปลากัดป่าภาคตะวันออกมักอาศัยตามทุ่งนาหรือหนองน้ำที่มีน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ลักษณะของปลากัดป่าภาคตะวันออกจะคล้ายคลึงกับปลากัดป่าภาคใต้ แต่แตกต่างกันที่ใบหน้าและลำตัวจะเป็นสีดำเข้ม และมีเกล็ดแวววาวสีเขียวเด่น

ทุกวันนี้ปลากัดป่าได้สูญหายไปจากหลายๆ พื้นที่ในประเทศไทย ซึ่งสาเหตุสำคัญน่าจะเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ของปลากัดป่า แต่ในอีกหลายๆ พื้นที่ของประเทศก็ยังมีปลากัดป่าชุกชุมพอให้คนรักปลากัดไปช้อนมาเลี้ยง โดยคนเลี้ยงปลากัดมักเรียกปลากัดป่าที่ช้อนมาได้ว่า “ลูกช้อน” ส่วนปลากัดป่าที่เกิดจากการเพาะพันธุ์โดยมนุษย์จะเรียกกันว่า “ลูกเพาะ”

นอกจากหาปลากัดป่ามาเลี้ยงดูเล่นแล้ว กลุ่มคนรักปลากัดป่ายังได้มีการพัฒนาปลากัดป่าข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลากัดป่าทั้ง 5 สายพันธุ์ข้างต้น ตลอดจนการนำปลากัดป่าจากต่างประเทศ หรือแม้แต่ปลากัดแฟนซีมาพัฒนาร่วมด้วย ปลากัดป่าที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์นี้มักเรียกกันว่า “ปลากัดป่าสายพัฒนา”, “ปลากัดเอเลี่ยน” หรือ “ปลากัดไฮบริด” (Hybrid) ซึ่งแปลว่า “ลูกผสม” นั่นเอง

(ขอบคุณภาพประกอบจาก ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดป่าพื้นบ้าน)

สั่งซื้อสินค้า
Loading...