เทคนิคเพาะพันธุ์ปลากัดสำหรับมือใหม่

สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการเพาะพันธุ์ปลากัดมาอย่างโชกโชน ก็ย่อมต้องคิดว่าการเพาะปลากัดเป็นเรื่องง่าย เพาะยังไงก็ติด เลี้ยงยังไงลูกปลาก็รอด แต่สำหรับมือใหม่ การคิดจะเพาะพันธุ์ปลากัดเองสักครอกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ จะคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ยังไง จะรู้ได้ยังไงว่าปลาตัวผู้ตัวเมียตัวไหนพร้อมผสมพันธุ์แล้ว จะใช้ภาชนะอะไรเล็กหรือใหญ่ในการเพาะ จะสังเกตยังไงว่าปลารัดกันจนได้ไข่แล้ว หลังจากได้ไข่แล้วจะเอาตัวเมียออกตอนไหน เอาตัวผู้ออกตอนไหน จะอนุบาลลูกปลากัดด้วยอาหารอะไรดี จะย้ายลูกปลาลงเลี้ยงบ่อที่ใหญ่ขึ้นตอนไหน

โอ๊ย…บอกได้เลยว่ามือใหม่คนไหนก็ปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ครับ

แต่ว่าเพิ่งเครียดไป เพราะเว็บไซต์ THBetta.com ของเรากำลังจะมาแนะนำเทคนิคเพาะพันธุ์ปลากัดให้เป็นแนวทางสำหรับมือใหม่ จากประสบการณ์ในการเพาะพันธุ์ปลากัดมานานพอสมควร เราพอจะสรุปให้มือใหม่ฟังได้ว่า วิธีไหนเป็นวิธีที่ทำแล้วได้ผลดีที่สุด และเราจะอธิบายอย่างละเอียดกันทุกขั้นตอนเลยทีเดียวครับ

การคัดเลือกพ่อพันธ์-แม่พันธุ์ปลากัด

ในการจะเพาะพันธุ์ปลากัด แน่นอนว่าเราต้องมีปลากัดตัวผู้ที่จะใช้ทำพ่อพันธุ์ และปลากัดตัวเมียที่จะใช้ทำแม่พันธุ์ ซึ่งการคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ให้คำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้

สีสันและรูปทรง อันที่จริงปลากัดแต่ละสายจะมีวิธีคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็ให้เลือกปลาตัวผู้และปลาตัวเมียที่มีสีสันตามต้องการ อีกทั้งมีรูปทรงหรือฟอร์มที่สวยงาม พูดง่ายๆ ก็คือควรเลือกปลาที่ “สีสวย” และ “ทรงดี” มาใช้ทำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ สำหรับมือใหม่ที่ยังดูทรงปลาไม่ค่อยเป็น ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ เลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ตัวที่เราชอบ…แค่นั้นจบ

อายุ เรื่องอายุของปลาก็สำคัญ แม้ปลากัดจะสามารถผสมพันธุ์กันได้ตั้งแต่อายุราวๆ 2 เดือนขึ้นไป แต่อายุของปลาที่เหมาะสมจะนำมาใช้ทำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ควรอยู่ที่ประมาณ 4 เดือนไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงอายุที่พ่อปลาแม่ปลาเติบโตเต็มที่ จะให้ไข่จำนวนมาก และลูกปลาที่ได้ก็จะแข็งแรงกว่าพ่อปลาแม่ปลาอายุน้อย

ขนาด ปลาตัวผู้และตัวเมียที่เหมาะจะนำมารัดกันควรมีขนาดไล่เลี่ยกัน หรือถ้าจะมีตัวใดตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ก็ควรเป็นปลาตัวผู้ที่ใหญ่กว่าได้เล็กน้อย การเลือกปลาตัวผู้ที่ใหญ่กว่าตัวเมียมากเกินไปมารัดกัน อาจเสี่ยงทำให้ปลาตัวเมียถูกทำร้ายจนตาย ส่วนการเลือกปลาตัวเมียที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้มากเกินไป ก็อาจทำให้ปลาตัวผู้ถูกกัดจนตายได้เหมือนกัน หรือถึงปลาตัวผู้ไม่ถูกกัดจนตายหรือบาดเจ็บ ปลาตัวเมียที่ใหญ่กว่าก็มักไม่ยอมให้ปลาตัวผู้รัด และทำให้การเพาะพันธุ์ล้มเหลว

สายพันธุ์หรือประเภท การเพาะพันธุ์ปลากัดให้มีโอกาสการประสบความสำเร็จสูงเราควรเลือกใช้ปลากัดสายพันธุ์เดียวกัน เช่น ทั้งพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เป็น HMPK ด้วยกันทั้งคู่ การนำปลากัดต่างสายพันธุ์มาผสมกันเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์ โดยเฉพาะหากเป็นการผสมปลาป่าหรือปลาหม้อ (สายกัด) กับปลากัดสายแฟนซี เพราะมีโอกาสสูงมากที่ปลาสายกัดจะทำร้ายปลากัดแฟนซีจนตาย เนื่องจากปลากัดป่าหรือปลากัดหม้อมีความดุร้ายและอดทนมากกว่า

ความสมบูรณ์แข็งแรง ปลากัดที่จะนำมาใช้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ควรเป็นปลาที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ร่าเริง ไม่ป่วย ไม่หงอย เครื่องไม่ลีบ ไม่ผอม ไม่เป็นโรค ไม่พิการ หรือมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง การนำปลาที่ไม่สมบูรณ์มาใช้ทำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นอกจากจะทำให้โอกาสในการรัดสำเร็จมีน้อยลงแล้ว หากรัดสำเร็จและได้ลูกปลา ก็อาจได้ลูกปลาที่ไม่แข็งแรงหรือมีลักษณะไม่พึงประสงค์ตามไปด้วยครับ

การเตรียมความพร้อมของพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์

ปลาตัวผู้และตัวเมียที่เลือกไว้ใช้ทำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ควรมีการเตรียมความพร้อมก่อนนำลงรัด การเตรียมความพร้อมที่ว่านี้ก็จะแบ่งเป็น 2 เรื่อง คือการขุนปลากับการเทียบปลา

การขุนปลา หมายถึงการบำรุงปลาให้ตัวใหญ่ มีสุขภาพดี ปลากัดตัวเมียก็จะมีไข่แน่น พร้อมรัด ปลากัดตัวผู้ก็จะมีสุขภาพดี น้ำเชื้อแข็งแรง การขุนปลาปกติแล้วจะใช้วิธีปล่อยเลี้ยงในที่กว้างและเน้นให้อาหารสด เช่น ไรแดง หนอนแดง หรือลูกน้ำ ปลาที่ถูกเลี้ยงในที่กว้างและได้กินอาหารสดจะมีสุขภาพดี แข็งแรง สมบูรณ์ พร้อมสำหรับการเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ การขุนปลานี้ควรใช้เวลาอย่างต่ำ 2 สัปดาห์จึงจะปล่อยปลาลงรัด หรือบางคนอาจขุนเป็นเดือนก็มี

การเทียบปลา หมายถึงการนำปลาตัวผู้กับตัวเมียมาอยู่ใกล้กัน ปล่อยให้เห็นกัน แต่ไม่ให้เข้าถึงตัวกันได้ การเทียบปลาจะช่วยเร่งให้ไข่ในท้องปลาตัวเมียแก่เร็วขึ้นและพร้อมรัด นอกจากนี้การเทียบปลายังช่วยให้ปลาตัวผู้และปลาตัวเมียมีความคุ้นเคยกัน ช่วยลดโอกาสในการทำร้ายกันจนถึงตายตอนเอาลงรัดได้ สำหรับมือใหม่แล้วควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเทียบปลาก่อนเอาลงผสมพันธุ์ครับ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเทียบปลาคือประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่มีประสบการณ์ สามารถมองออกได้ว่าปลาตัวเมียไข่แก่พร้อมผสมพันธุ์เต็มที่แล้ว ก็สามารถปล่อยปลาลงรัดเลยโดยไม่ต้องเทียบได้ หรือบางคนก็อาจไม่ได้ใช้วิธีเทียบปลา แต่ใช้วิธีพานปลาแทน คือปล่อยให้ตัวผู้ได้ไล่ตัวเมียในภาชนะกว้างๆ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะแยกเลี้ยงตามปกติ สำหรับเทคนิคการเทียบปลานั้น ส่วนใหญ่จะทำกันอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือเทียบในเหลี่ยมหรือในภาชนะที่ใช้เลี้ยง โดยนำเหลี่ยมปลาตัวผู้และปลาตัวเมียมาวางเทียบไว้ใกล้ๆ กัน ส่วนอีกเทคนิคคือการเทียบปลาในบ่อเพาะหรือภาชนะที่ใช้เพาะปลา โดยปล่อยตัวผู้เป็นอิสระในบ่อเพาะเพื่อให้เตรียมก่อหวอด ส่วนตัวเมียใส่ไว้ในเหลี่ยมอีกที

สำหรับมือใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่อยากยุ่งยาก ก็อาจไม่ข้ามขั้นตอนของการขุนปลาก่อนเทียบได้ เพียงแต่ปลาก็อาจไม่สมบูรณ์และได้ไข่น้อย โดยเมื่อเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้แล้ว ก็จับมาเทียบกันเลยเป็นระยะเวลาประมาณ 7 วัน ระหว่างนั้นก็ควรเลี้ยงด้วยอาหารสดเพื่อให้ให้ปลาสมบูรณ์และปลาตัวเมียมีไข่เยอะขึ้นครับ

สถานที่ที่เหมาะสำหรับเพาะพันธุ์ปลากัด

สถานที่ที่ใช้เพาะพันธุ์ปลากัดเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากเลือกสถานที่ไม่เหมาะสม ก็จะเกิดปัญหาตามมา และทำให้การเพาะปลากัดล้มเหลว สถานที่ที่เหมาะสำหรับการเพาะปลาควรเป็นที่ร่มหรือมีแสงเพียงรำไร เป็นที่ที่สงบ ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา อุณหภูมิในแต่ละช่วงเวลาของวันไม่แตกต่างกันมากเกินไป อีกทั้งควรเป็นบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และปลอดภัยจากศัตรูตามธรรมชาติของปลากัดครับ

การเตรียมภาชนะและน้ำ

ถัดมาคือการเตรียมภาชนะที่จะใช้เพาะพันธุ์ปลากัดและการเตรียมน้ำ ในส่วนของภาชนะนั้นสามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลายครับ เช่น ขันน้ำ, โหลพลาสติก, กล่องโฟม, แกลลอน, กะละมังพลาสติก หรือวงบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ ข้อแตกต่างของการเพาะปลาในภาชนะขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ก็คือ การเพาะปลาในภาชนะขนาดเล็ก เช่น ขันน้ำพลาสติก จะช่วยประหยัดพื้นที่ ดูแลง่ายขึ้น แต่เมื่อลูกปลาเริ่มว่ายน้ำแข็งแรง จะต้องเทลูกปลาลงเลี้ยงในภาชนะขนาดใหญ่ต่อไป ส่วนการเพาะปลากัดในภาชนะขนาดใหญ่ เช่น กะละมังพลาสติก ก็จะต้องใช้สถานที่ในการเพาะเยอะขึ้น แต่ข้อดีก็คือแทบไม่ต้องย้ายลูกปลาไปไหน เพียงแต่คอยระวัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเสียเท่านั้น

สำหรับมือใหม่ที่เลือกไม่ถูกว่าจะใช้ภาชนะอะไรในการเพาะปลากัด แนะนำว่าให้เลือกใช้กล่องโฟมหรือลังโฟมครับ ข้อดีของกล่องโฟมคือช่วยเก็บอุณหภูมิได้ดี (ต้องปิดฝาไว้ด้วย) ทำให้ลูกปลามีเปอร์เซ็นต์รอดสูงขึ้น บางคนใช้กล่องโฟมขนาดใหญ่หน่อย ก็สามารถเลี้ยงปลาไปจนโตได้เลยโดยไม่ต้องย้ายไปไหน แต่ถ้าใช้กล่องโฟมขนาดเล็ก และปลาติดเยอะจนแน่นเกินไป ก็ควรย้ายลูกปลาไปเลี้ยงต่อในภาชนะที่ใหญ่ขึ้น

ในส่วนของการเตรียมน้ำเพื่อเพาะปลากัด ควรเลือกใช้น้ำประปาที่พักทิ้งไว้จนหมดคลอรีนแล้ว (เอาให้ชัวร์ก็ควรพักไว้สัก 2 วันเป็นอย่างน้อย) เพราะเป็นน้ำที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรคหรือพวกปรสิตทั้งหลาย ระดับน้ำที่เหมาะสำหรับเพาะปลากัดคือสูงประมาณ 3 ข้อนิ้วชี้ น้ำที่ใช้เพาะปลาควรใส่เกลือเม็ดลงไปเล็กน้อยในอัตราส่วนประมาณเกลือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร การใส่เกลือจะช่วยฆ่าและชะลอการเติบโตของเชื้อโรคที่อาจเป็นสาเหตุให้ลูกปลาตายได้ อีกสิ่งหนึ่งที่แนะนำให้ใส่ลงในน้ำที่ใช้เพาะปลากัดด้วยก็คือใบหูกวาง โดยใส่แค่พอให้น้ำเป็นสีชา การใส่ใบหูกวางจะช่วยให้หวอดปลาเหนียว ไม่แตกง่าย นอกจากนี้สารแทนนินในใบหูกวางยังช่วยยับยั้งเชื้อโรคได้ด้วย แต่ใบหูกวางที่นำมาใส่ในภาชนะเพาะปลากัดก็ต้องเลือกใบที่แห้งสนิท ไม่เป็นเชื้อรา และควรล้างให้สะอาดก่อนนำมาใช้ด้วย

เทคนิคอีกอย่างที่แนะนำให้มือใหม่ลองทำดูก็คือ การใส่ยาป้องกันโรคลงในน้ำที่ใช้เพาะปลาด้วย เพื่อป้องกันโรคที่มักเกิดกับลูกปลา ตัวอย่างยาที่เหมาะจะนำมาใช้ก็เช่น อะควาติก บี ซึ่งเป็นยาที่ช่วยป้องกันโรคที่มักเกิดกับลูกปลาได้ดีครับ

การปล่อยปลาลงรัดและการแยกแม่ปลาพ่อปลาจากบ่อเพาะ

เมื่อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์พร้อมแล้ว ภาชนะและน้ำพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะปล่อยพ่อแม่ปลากัดลงรัดกัน ช่วงเวลาที่เหมาะจะปล่อยพ่อแม่ปลาลงรัดคือช่วงเย็นหรือช่วงค่ำ เพราะเป็นช่วงที่ปลาใกล้จะนอน ทำให้ลดปัญหาพ่อแม่ปลาไล่กัดกันได้ เมื่อปล่อยพ่อแม่ปลาลงในภาชนะที่จะใช้รัดแล้ว ให้เลี้ยงอาหารพ่อแม่ปลาเป็นมื้อสุดท้ายก่อนรัด อาหารที่ว่านี้ควรเป็นอาหารสด เช่น ไรแดง จากนั้นให้หาวัสดุมาปิดภาชนะที่ใช้เพาะปลาให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ลมพัดเข้าไปและทำให้หวอดแตก (ถ้าเพาะด้วยกล่องโฟม ก็ให้ใช้ฝาที่มาพร้อมกันนั่นแหละปิดกล่องให้สนิท)

หลังจากปล่อยปลากัดลงรัดแล้ว เราไม่ควรเปิดฝาภาชนะที่ใช้เพาะปลาอีกจนกระทั่งถึงตอนค่ำของวันถัดไป (ปลากัดมักจะรัดกันในช่วงสายไปจนถึงเที่ยง) ถึงเวลานั้นแล้วให้ลองเปิดฝาภาชนะและสังเกตว่ามีไข่ปลาอยู่ในหวอดหรือยัง โดยไข่ของปลากัดจะมีขนาดเล็กกว่าฟองหวอด สีขาวขุ่น มักกระจุกตัวอยู่รวมกันตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของหวอด ข้อสังเกตอีกอย่างที่ช่วยให้เรารู้ว่าปลากัดรัดกันแล้วก็คือ พ่อปลาจะคอยว่ายวนเวียนอยู่ใกล้หวอดเพื่อดูแลไข่ ส่วนแม่ปลาจะว่ายไปหลบอยู่อีกมุมหนึ่ง หากปลาตัวเมียว่ายเข้ามาใกล้หวอด จะถูกปลาตัวผู้ไล่ให้ออกห่างไป

กรณีที่พ่อแม่ปลากัดรัดกันเรียบร้อยแล้ว เห็นไข่ในหวอดแล้ว ให้ใช้สวิงหรือมือเปล่าค่อยๆ ตักแม่ปลาออกจากภาชนะที่ใช้เพาะพันธุ์ และปิดฝาภาชนะไว้ตามเดิม โดยปล่อยพ่อปลาให้ทำหน้าที่ดูแลไข่และเลี้ยงลูกปลาต่อไป แต่กรณีที่ปลายังไม่รัดกัน ก็ให้ใส่อาหารเพิ่มลงไป แล้วปิดฝาภาชนะเหมือนเดิม แล้วค่อยมาดูใหม่ในตอนค่ำของอีกวัน แต่หากปล่อยไว้ 2 วันแล้วปลายังไม่รัดกัน แนะนำให้แยกปลาออกไปขุนหรือเทียบกันใหม่อีกรอบครับ

ในระหว่างที่พ่อปลาดูแลไข่และลูกปลา เราไม่ควรเปิดฝาภาชนะและไม่จำเป็นต้องให้อาหารพ่อปลา การเปิดฝาภาชนะบ่อยๆ หรือพยายามให้อาหารพ่อปลา อาจทำให้พ่อปลาตกใจ เครียด และกินไข่ได้ ลูกปลากัดจะเริ่มฟักเป็นตัวหลังจากผ่านไป 36-48 ชั่วโมง หรือประมาณ 2 วันหลังจากพ่อแม่ปลารัดกัน และช่วง 3 วันแรกที่ลูกปลาฟักเป็นตัว เราไม่ต้องให้ลูกปลา เพราะในตัวลูกปลาจะมีถุงอาหารติดมาด้วย เราจะเริ่มให้อาหารลูกปลาหลังจากลูกปลาเป็นตัวแล้ว 3 วัน หรืออีก 5 วันนับจากวันที่พ่อแม่ปลารัดกัน ตัวอย่างเช่น ปลารัดกันวันจันทร์ ให้เริ่มให้อาหารมื้อแรกตอนเช้าวันเสาร์ และตอนที่ให้อาหารมื้อแรกนี้ แนะนำให้แยกพ่อปลาออกไปจากภาชนะด้วยเลย เพราะลูกปลาแข็งแรงพอจะว่ายน้ำได้เองแล้ว อย่างไรก็ตามบางคนก็อาจปล่อยให้พ่อปลาอยู่ดูแลลูกต่อไป เพื่อให้พ่อปลาช่วยจำกัดศัตรูของลูกปลา โดยเฉพาะลูกน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่มีสูตรตายตัว จะเอาพ่อปลาออกเลยหรือจะเอาไว้ก่อนก็ได้ บางคนปล่อยให้พ่อปลาเลี้ยงลูกจนครบ 15 วันค่อยแยกออก หรือบางคนอาจปล่อยให้พ่อปลาอยู่กับลูกๆ ไปจนโตเลยก็มี

การอนุบาลลูกปลากัด

อาหารที่เหมาะจะใช้อนุบาลลูกปลากัดมากที่สุดคืออาหารมีชีวิตที่มีขนาดเล็ก เช่น ลูกไรแดงแรกเกิด, อาร์ทีเมีย (ไรทะเล) แรกฟักหรือที่เรียกกันว่า “อาร์ทีเมียเป่า”, หนอนจิ๋ว หรือโรติเฟอร์ อาหารมีชีวิตพวกนี้เพิ่มอัตรารอดของลูกปลากัดได้เป็นอย่างดี กินแล้วลูกปลาจะแข็งแรง โตไว น้ำเน่าเสียช้า แต่สำหรับคนที่ไม่มีอาหารมีชีวิตมาใช้อนุบาลลูกปลากัด ก็อาจใช้พวกไข่แดงต้มสุกละลายน้ำ หรือใช้อาหารปลาเม็ดมาตำให้ละเอียดแล้วโรยให้ลูกปลากินก็ได้ แต่อาหารที่ไม่มีชีวิตพวกนี้จะทำให้อัตรารอดของลูกปลาต่ำลงมาก และลูกปลาจะโตช้า ที่สำคัญคือต้องระมัดระวังเรื่องคุณภาพน้ำ หากให้อาหารมากเกินไปจนตกค้างและทำให้น้ำเน่า ลูกปลาก็อาจร่วงตายหมดครอกได้ง่ายๆ

การให้อาหารลูกปลากัดแรกเกิดนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะให้วันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น แต่หากไม่มีเวลา จะให้แค่ครั้งเดียวช่วงเช้าก็ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นอาหารมีชีวิตทั้งหลาย ปกติแล้วจะมีชีวิตรอดอยู่ได้นานในบ่ออนุบาลลูกปลา ลูกปลาจึงกินอาหารได้ทั้งวันโดยไม่จำเป็นต้องให้เพิ่มในตอนเย็น

การปรับอาหารและบ่อเลี้ยง

เมื่อลูกปลากัดเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น สิ่งที่เราควรทำคือปรับอาหารให้มีเหมาะสมกับขนาดของลูกปลา เช่น ช่วงแรกเกิดให้อาร์ทีเมียเป่า พอผ่านไปสัก 15 วัน ก็อาจเริ่มให้ไรแดง ซึ่งความจริงแล้วถ้าคิดจะเพาะพันธุ์ปลากัดอย่างจริงจัง มือใหม่ควรเรียนรู้วิธีการเพาะเลี้ยงไรแดงไว้ด้วย เพราะไรแดงเป็นอาหารหลักที่สำคัญที่สุดสำหรับปลากัดทุกช่วงวัยก็ว่าได้ ลูกปลากัดที่กินไรแดงจะโตเร็วและแข็งแรง และการอนุบาลลูกปลากัดด้วยไรแดงจะช่วยให้น้ำเน่าเสียช้า ไม่ต้องถ่ายน้ำบ่อยๆ ส่วนใครที่เพาะลูกน้ำหรือหาลูกน้ำได้ ก็สามารถนำลูกน้ำมาใช้อนุบาลลูกปลากัดได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องรอให้ลูกปลาโตพอจะกินลูกน้ำได้เสียก่อน ซึ่งปกติก็ต้องรอให้ลูกปลามีอายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไป (หากนำลูกน้ำมาเลี้ยงลูกปลาช่วงที่ยังเล็ก ลูกปลาจะถูกลูกน้ำกินแทน) แต่ถ้าใครอนุบาลลูกปลาด้วยอาหารผลหรืออาหารเม็ดสำหรับปลากัด ต้องพยายามควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะ ไม่ให้ปลากินเหลือ และต้องหมั่นดูดตะกอนและขี้ปลาออก รวมถึงหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเน่าเสีย เพราะหากน้ำเสีย ปลาจะอ่อนแอ ติดโรค และตายยกบ่อได้

ในบ่ออนุบาลลูกปลา ถ้าจะให้ดีก็ควรหาพันธุ์พืชบางอย่างมาใส่ด้วย เพื่อให้ลูกปลาอาศัยนอนตอนกลางคืน และเป็นที่หลบภัยให้ลูกปลาตัวเล็กไม่ถูกลูกปลาตัวใหญ่กว่ากัดหรือกินเป็นอาหาร พืชที่เหมาะจะนำมาใส่ในบ่ออนุบาลลูกปลาก็เช่น สาหร่าย, เฟิร์นก้านดำ, บัวอะเมซอน, ว่านใบพาย หรือพีชน้ำชนิดอื่นๆ ครับ แต่การนำพืชมาใส่ในบ่ออนุบาลลูกปลาก็ควรระวังว่าจะมีศัตรูของลูกปลาติดมาด้วย เช่น สาหร่าย มักมีไข่หรือตัวอ่อนของแมลงปอติดมา ซึ่งตัวอ่อนของแมลงปอจะกินลูกปลากัดเป็นอาหาร

การอนุบาลลูกปลาในบ่อเลี้ยงหรือภาชนะอะไรก็ตาม ให้สังเกตว่าถ้าปลาดูแน่นเพราะจำนวนลูกปลามากเกินไปและลูกปลาเริ่มมีขนาดใหญ่เกินไป ก็ควรแยกลูกปลาไปเลี้ยงคนละบ่อ หรือย้ายไปเลี้ยงในภาชนะที่ใหญ่ขึ้น อีกอย่างที่ควรทำหากพื้นที่อำนวยก็คือ ให้แยกลูกปลาที่มีขนาดต่างกันไว้คนละบ่อ เพื่อให้ลูกปลาโตทันกัน หากลูกปลามีจำนวนมากและเลี้ยงรวมกันไปตลอดโดยไม่แยก ลูกปลาหางครอกที่มีขนาดเล็กก็จะโตช้าเพราะแย่งกินอาหารไม่ทันลูกปลาตัวใหญ่ครับ

สั่งซื้อสินค้า
Loading...