รู้จักกับ “น้ำเขียว” ที่ใช้เพาะเลี้ยงไรแดง

สำหรับคนทั่วไป ถ้าเอ่ยถึง “น้ำเขียว” ก็มักจะนึกถึงน้ำอัดลมแฟนต้าที่มีสีเขียวอะไรแบบนั้น แต่สำหรับคนที่เลี้ยงปลากัด จะเข้าใจตรงกันครับว่า “น้ำเขียว” คือน้ำที่มีสีเขียว เอาไว้สำหรับเพาะไรแดงเพื่อนำมาเป็นอาหารปลากัดอีกที

น้ำเขียวคืออะไรกันแน่

จริงๆ แล้วน้ำเขียวที่ว่านี้ ก็คือน้ำที่มีสาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella) เจริญเติบโตอยู่ ด้วยความที่สาหร่ายคลอเรลล่ามีสีเขียว เมื่อขยายพันธุ์อย่างหนาแน่นอยู่ในน้ำ จึงทำให้น้ำกลายเป็นสีเขียวเข้มไปด้วย คนส่วนใหญ่จึงมักเรียกน้ำที่มีสาหร่ายคลอเรลล่าขยายพันธุ์อยู่นี้ว่า “น้ำเขียว” นั่นเอง

คำถามหนึ่งที่มือใหม่มักจะสงสัยกันก็คือ ในการเพาะเลี้ยงไรแดง ทำไมเราต้องทำน้ำเขียวด้วย หรือว่าเราจะทำน้ำเขียวไปทำไม เรื่องนี้ตอบได้ง่ายมากครับ นั่นก็เพาะสาหร่ายคลอเรลล่าเป็นอาหารที่ไรแดงโปรดปรานมาก จะเรียกว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับไรแดงก็ว่าได้ เมื่อได้กินอาหารอย่างสมบูรณ์ ไรแดงก็จะเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ในการเพาะเลี้ยงไรแดงด้วยน้ำเขียว ก่อนอื่นเราจะต้องทำน้ำเขียวขึ้นมาก่อนครับ เมื่อน้ำเขียวเข้มข้นได้ที่ (สาหร่ายคลอเรลล่าเติบโตจนหนาแน่น) แล้ว เราถึงค่อยปล่อยแม่พันธุ์ไรแดงลงไปเพื่อให้ขยายตัวเพิ่มจำนวนขึ้น ใครนึกภาพไม่ออกก็ขอให้เปรียบเทียบแบบนี้นะครับ ถ้าเราเปรียบให้ไรแดงเป็นเหมือนวัว สาหร่ายคลอเรลล่าจะเปรียบได้กับหญ้าซึ่งเป็นอาหารของวัว ก่อนจะเลี้ยงวัวได้ เราก็ต้องปลูกหญ้าให้เจริญเติบโตจนเต็มทุ่ง จากนั้นก็ค่อยปล่อยวัวลงไปกินหญ้า วัวก็จะเติบโตออกลูกออกหลานให้เรา การเพาะเลี้ยงไรแดงก็เช่นกัน เราต้องทำน้ำเขียวซึ่งเป็นอาหารของไรแดงให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงปล่อยไรแดงลงไปกินน้ำเขียวที่เตรียมไว้

เทคนิคการทำน้ำเขียว

ในการทำน้ำเขียวนั้น ปกติแล้วจะต้องใช้ส่วนประกอบหลัก 2 อย่างด้วยกัน ได้แก่ หัวเชื้อน้ำเขียว กับปุ๋ยหรืออาหารสำหรับน้ำเขียว

หัวเชื้อน้ำเขียว คือสาหร่ายคลอเรลล่าที่เจริญเติบโตจนเข้มข้นได้ที่แล้ว สามารถนำมาใช้เป็นหัวเชื้อตั้งต้นสำหรับขยายน้ำเขียวต่อไป หัวเชื้อน้ำเขียวนี้เราขอได้ที่กรมประมงหรือประมงจังหวัด หรืออาจขอจากคนที่ทำน้ำเขียวอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจหาซื้อจากคนที่ขายหัวเชื้อน้ำเขียว (เว็บไซต์ THBetta ของเรามีหัวเชื้อน้ำเขียวจำหน่ายเช่นกัน) ก็ได้ หัวเชื้อน้ำเขียวนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การทำน้ำเขียวประสบความสำเร็จ หากนำหัวเชื้อที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่มีความเข้มข้นเพียงพอมาทำน้ำเขียว ก็จะได้น้ำเขียวที่ไม่มีคุณภาพและไม่เข้มข้นไปด้วย นำมาเลี้ยงไรแดงก็จะไม่บูมเท่าที่ควร

สำหรับปุ๋ยน้ำเขียว มักประกอบไปด้วยวัตถุดิบหลายอย่าง โดยวัตถุดิบหลักๆ ที่มักใช้กันคือ ปุ๋ยยูเรีย (สูตร 64-0-0), ปุ๋ยนา (สูตร 16-20-0, 15-15-15, 16-16-16 หรืออื่นๆ), รำละเอียด, อามิอามิ (กากผงชูรส) และปูนขาว แต่บางสูตรก็มีอาจมีวัตถุดิบแตกต่างออกไป เช่น ปลาป่น, อาหารลูกไก่, อาหารปลาดุก, กากน้ำตาล

สูตรสำหรับทำน้ำเขียวมีมากมายหลายสูตรแล้วแต่จะคิดค้นทดลองกันไป แต่โดยหลักการแล้วเราต้องเตรียมน้ำใส่กะละมังหรือบ่อ ตามด้วยใส่วัตถุดิบที่เป็นปุ๋ยสำหรับน้ำเขียวลงไป แล้วก็ใส่หัวเชื้อน้ำเขียวตามลงไปครับ เรียบร้อยแล้วเราก็ต้องตั้งกะละมังเพาะเลี้ยงน้ำเขียวนี้ไว้กลางแดด เพราะสาหร่ายคลอเรลล่าต้องการแสงแดดในการสังเคราห์แสงเพื่อเจริญเติบโตเช่นเดียวกับพืชสีเขียวชนิดอื่น โดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 7 วันเพื่อให้สาหร่ายคลอเรลล่าเติบโตจนเข้มขน และกลิ่นแอมโมเนียที่เกิดจากปุ๋ยเคมีจางลง น้ำเขียวได้ที่แล้วจึงปล่อยไรแดงลงไป และปกติแล้วมักจะแนะนำให้ผสมน้ำเปล่าลงในน้ำเขียวก่อนปล่อยไรแดงด้วย เพื่อเจือจางกลิ่นแอมโมเนียที่ยังหลงเหลืออยู่ (หากน้ำเขียวมีกลิ่นแอมโมเนียรุนแรง ไรแดงจะทนไม่ไหวและตาย)

การทำน้ำเขียวแบบไม่มีหัวเชื้อ

อย่างที่อธิบายไปแล้วครับว่า ในการทำน้ำเขียวนั้นปกติจะต้องใช้หัวเชื้อน้ำเขียวด้วย แต่ก็มีหลายคนครับที่ทดลองทำน้ำเขียวโดยไม่มีหัวเชื้อเริ่มต้น โดยหลักการแล้วการทำน้ำเขียวโดยไม่มีหัวเชื้อนั้นสามารถเป็นไปได้ครับ เพราะแหล่งน้ำธรรมชาติมักมีสาหร่ายคลอเรลล่าปะปนอยู่ด้วย ถ้าตักน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีสาหร่ายคลอเรลล่าอยู่ด้วยมาใส่ปุ๋ยสำหรับน้ำเขียวและตากแดดเป็นเวลานาน สาหร่ายคลอเรลล่าก็มีโอกาสเจริญเติบโตจนเข้มข้นได้ แต่ก็มักต้องใช้เวลานานมากกว่าน้ำเขียวจะเข้มข้น หรือบางทีน้ำก็อาจกลายเป็นสีเขียวเข้ม แต่ไม่ได้เข้มเพราะสาหร่ายคลอเรลล่า กลับเป็นสาหร่ายชนิดอื่นหรือตะไคร่น้ำที่เจริญเติบโตแทน แบบนี้ก็เอามาเพาะเลี้ยงไรแดงไม่ได้ครับ

เท่ากับว่า การทำน้ำเขียวแบบไม่มีหัวเชื้อนั้น มีโอกาสประสบความสำเร็จต่ำ ยิ่งใช้น้ำประปายิ่งแทบไม่มีโอกาสสำเร็จเลย ทางที่ดีเราจึงควรหาหัวเชื้อน้ำเขียวมาใช้สำหรับทำน้ำเขียวด้วย ซึ่งถ้าแสงแดดเป็นใจ การทำน้ำเขียวก็จะประสบความสำเร็จ 100% แน่นอน

ทำไมการเพาะเลี้ยงไรแดงด้วยน้ำเขียวจึงได้รับความนิยมที่สุด

การเพาะเลี้ยงไรแดงเพื่อเป็นอาหารปลากัด ไม่จำเป็นต้องเพาะเลี้ยงโดยใช้น้ำเขียวเท่านั้นครับ เรายังสามารถเพาะเลี้ยงไรแดงด้วยวิธีอื่นๆ ได้ด้วย เช่น เลี้ยงด้วยยีสต์+กากน้ำตาล, เลี้ยงด้วยขี้หมูหรือขี้วัว หรือเลี้ยงด้วยอาหารหมักต่างๆ อย่างกรณีของอาหารไรแดงสำเร็จรูป BoomBoom ของ THBetta ก็ถือเป็นอีกทางเลือกในการเพาะเลี้ยงไรแดงที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาทำน้ำเขียวให้ยุ่งยากเสียเวลา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าถามว่าการเพาะเลี้ยงไรแดงวิธีไหนได้รับความนิยมที่สุดและดีที่สุด ก็ต้องตอบว่าคือการเลี้ยงด้วยน้ำเขียวครับ

สาเหตุที่การเพาะเลี้ยงไรแดงด้วยน้ำเขียวได้รับความนิยมที่สุด ก็เพราะเมื่อเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตไรแดงที่ได้กับต้นทุนที่ต้องจ่ายแล้ว ไม่มีวิธีการเพาะเลี้ยงไรแดงวิธีไหนจะประหยัดและได้ปริมาณไรแดงมากเท่าการเพาะเลี้ยงด้วยน้ำเขียวอีกแล้ว ในการทำน้ำเขียวเราจะใช้ต้นทุนต่ำมาก เพราะวัตถุดิบที่น้ำมาใช้ทำปุ๋ยน้ำเขียวส่วนใหญ่มีราคาถูก และการทำน้ำเขียวแต่ละครั้งก็ใช้วัตถุดิบพวกนี้ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น เช่น เพียงแค่ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร ในขณะเดียวกันไรแดงที่เพาะเลี้ยงด้วยน้ำเขียวจะแตกตัวเร็วและบูม (ขยายตัวจำนวนมากจนแน่นภาชนะที่ใช้เพาะเลี้ยง) มากกว่าการเพาะเลี้ยงด้วยวิธีอื่นๆ ครับ

ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงไรแดงในน้ำเขียว

การใช้น้ำเขียวเพาะเลี้ยงไรแดงมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อยเหมือนกันครับ ข้อเสียแรกคือต้องเสียเวลาหาวัตถุดิบแต่ละอย่างมาใช้ทำน้ำเขียว ไม่ว่าจะเป็นหัวเชื้อน้ำเขียว, ปุ๋ยยูเรีย, ปุ๋ยนา, รำ, อามิอามิ, ปูนขาว หรืออื่นๆ การใส่วัตถุดิบเหล่านี้เพื่อทำน้ำเขียวก็มักต้องอาศัยประสบการณ์ระดับหนึ่ง อยากไม่รู้สูตรที่เหมาะสม ก็อาจใส่วัตถุดิบในอัตราส่วนที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ทำให้น้ำเขียวไม่เข้มข้น หรืออาจทำให้สาหร่ายคลอเรลล่าตายได้ อย่างที่มักเห็นคนทำน้ำเขียวมือใหม่จำนวนมากบ่นทำนองว่า ทำน้ำเขียวมาเป็นสัปดาห์แล้ว แต่น้ำก็ยังไม่เป็นสีเขียวสักที อะไรทำนองนั้นครับ

การทำน้ำเขียวยังต้องอาศัยแสงแดดเช่นเดียวกับการปลูกพันธุ์ทุกชนิด ช่วงไหนแดดออกตลอดทั้งวัน น้ำเขียวก็จะเขียวเร็ว แต่ถ้าช่วงไหนแดดไม่มี หรือฝนตกบ่อย การทำน้ำเขียวก็ล้มเหลวได้ง่ายๆ อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ สาหร่ายคลอเรลล่าต้องการแสงแดด แต่ไม่ได้ต้องการความร้อน หากทำน้ำเขียวด้วยน้ำปริมาณน้อย เช่น  10 ลิตร และตั้งกะละมังน้ำเขียวให้โดนแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน สาหร่ายคลอเรลล่าก็อาจตายได้เพราะทนความร้อนไม่ไหว เพราะฉะนั้นแสงแดดจึงไม่ได้ดีกับน้ำเขียวเสมอไป

ข้อเสียสำคัญอีกอย่างที่เป็นตัวปราบเซียนมานักต่อนักก็คือ การทำน้ำเขียวจะเกิดกลิ่นแอมโนเนียด้วย (เป็นกลิ่นฉุนขึ้นจมูก) ซึ่งไรแดงจะไม่ชอบกลิ่นแอมโนเมียนี้ หากปล่อยไรแดงลงในน้ำเขียวช่วงที่กลิ่นแอมโมเนียยังแรง ไรแดงจะตายหมดอย่างรวดเร็ว คนที่จะทำน้ำเขียวให้ประสบความสำเร็จได้จึงต้องรู้วิธีตรวจสอบด้วยว่ากลิ่นแอมโมเนียในน้ำเขียวจางลงหรือยัง ถ้ายัง ควรจะผสมน้ำมากน้อยแค่ไหนเพื่อเจือจางกลิ่น แต่ถ้าทำน้ำเขียวจนชำนาญแล้ว แค่ดูจากสีของน้ำเขียวก็บอกได้เลยว่าถึงเวลาปล่อยไรแดงได้หรือยัง และสามารถปล่อยไรแดงลงในน้ำเขียวได้โดยไม่ต้องผสมน้ำเปล่าอีกแต่อย่างใดครับ

ทำน้ำเขียวด้วยชุดทำน้ำเขียว…ชัวร์กว่าและง่ายกว่า

สำหรับผู้ที่สนใจอยากทดลองทำน้ำเขียวเพื่อเพาะเลี้ยงไรแดง เว็บไซต์ THBetta ของเรามีชุด Starter Kit สำหรับผู้เริ่มต้นทำน้ำเขียวให้ลองนำไปใช้งานกัน เมื่อซื้อชุด Starter Kit ของเราไปใช้งาน คุณมั่นใจได้เลยว่าจะได้หัวเชื้อน้ำเขียวเข้มข้นคุณภาพสูง ได้วัตถุดิบสำหรับทำปุ๋ยน้ำเขียวอย่างครบถ้วน ได้ไข่ไรแดงสำหรับน้ำไปฟักและใช้เพาะเลี้ยงได้ตลอดไป และที่สำคัญคือคุณจะได้สูตรทำน้ำเขียวซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุด Starter Kit สำหรับเพาะเลี้ยงไรแดง

สั่งซื้อสินค้า
Loading...